ชุดฮันบก (Hanbok) เป็นชุดแต่งกายประจำชาติเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,600 ปี โดยมีรากฐานโครงสร้างเสื้อผ้าแบบแยกท่อนบนและท่อนล่างเพื่อให้เคลื่อนไหวสะดวกตั้งแต่สมัยสามอาณาจักร (37 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 676) และถูกพัฒนาเรื่อยมาในแต่ละยุคสมัยจนเป็นเอกลักษณ์อย่างในปัจจุบัน [1, 2, 3, 4]
วิวัฒนาการตามยุคสมัย
สมัยสามอาณาจักร: โครงสร้างพื้นฐานถูกบันทึกในภาพจิตรกรรมฝาผนังของอาณาจักรโคกูรยอ โดยผู้ชายและผู้หญิงจะสวมเสื้อท่อนบน (ชอกอรี) คู่กับกางเกง (พาจิ) หรือกระโปรง (ชีมา) [1]
สมัยราชวงศ์โครยอ (ค.ศ. 918 – 1392): ได้รับอิทธิพลการแต่งกายจากมองโกล ทำให้เสื้อชอกอรีของผู้หญิงถูกปรับให้สั้นลง มีแขนเสื้อโค้งแคบ และเพิ่มผ้าคาดเอวผูกเป็นโบว์ (โอชโกรึม) [1]
สมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – 1897): เป็นยุคที่รูปแบบชุดฮันบกมีความชัดเจนและคงรูปมาถึงยุคปัจจุบัน สีสันและลวดลายบนชุดถูกใช้จำแนกชนชั้นทางสังคม ตำแหน่งราชการ และสถานภาพสมรส
ส่วนประกอบสำคัญของชุด
ชอกอรี (Jeogori): เสื้อคลุมท่อนบนสำหรับทั้งชายและหญิง
ชีมา (Chima): กระโปรงยาวทรงพองของผู้หญิง
พาจิ (Baji): กางเกงขายาวทรงหลวมของผู้ชาย
ตุรุมากิ (Durumagi): เสื้อคลุมยาวที่สวมทับด้านนอกอีกชั้นเมื่อต้องออกไปข้างนอกหรือในพิธีการ
ฮันบกในยุคปัจจุบัน
ปัจจุบันคนเกาหลีไม่ได้สวมฮันบกในชีวิตประจำวัน แต่จะสวมใส่ในงานเทศกาลและพิธีสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ (ซอลลัล) วันขอบคุณพระเจ้า (ชูซอก) และงานแต่งงาน นอกจากนี้ ภาครัฐยังส่งเสริมให้สวมใส่ในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยว รวมถึงกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็น วันฮันบก (Hanbok Day) อีกด้วย
หากคุณสนใจ สามารถบอกได้นะว่าต้องการทราบข้อมูลด้านใดเพิ่มเติม เช่น:
ความหมายของสีและลวดลาย บนชุดฮันบก
วิธีเลือกชุดฮันบก สำหรับใส่ไปเที่ยวเกาหลี
#PICKHER# #ร่วมบาป# #สิงใจเธอได้ไหม# #ความน่ารักไม่มีเพศ# #สิงใจเธอได้ไหม# #หยุดยาวหลายวัน หยุดที่เธอคนเดียว# #wlwไทย#
VJ Thicha
Tác giảJoy Wan Chia
@VJ Phattha
🦋𝕹𝕵🦄་༘࿐♡
@VJ Phattha